10 เหตุการณ์เหยียดผิวที่ไม่น่าจดจำในโลกฟุตบอล

บทความ / 4 June 2020 / 293

ฟุตบอลเป็นสิ่งที่สวยงาม เป็นกีฬาที่มีจำนวนผู้เล่นมากที่สุดในโลกต่อหนึ่งเกมและมีแฟนรอคอยเกมการแข่งขันที่ตื่นเต้น เร้าใจและให้ความสำคัญจนกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของงานอดิเรกของแต่ละคนไปแล้ว ฟุตบอลทำให้คนคลั่งไคล้จนกลายเป็นชีวิตและจิตใจ ส่งผลไปถึงจิตวิญญาณ การได้ฟังเพลง ร้องเพลง ฟุตบอลที่เรารักคงไม่แปลกอะไร

ถ้ามันจะทำให้คุณรู้สึกดึ แต่โลกในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปการเหยียดสีผิวไม่ได้มีแค่โลกภายนอกแต่รวมไปถึงโลกฟุตบอลที่เรามักจะเห็นเป็นประจำแต่เพียงแค่ในตอนนี้สมาคมฟุตบอลและแฟนบอลส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ดังกล่าวนี้มาเป็นพิเศษ ซึ่ง 10 เหตุการณ์ที่โลกฟุตบอลมีการเหยียดสีผิวมากที่สุดและเป็นข่าวโด่งดังมากที่สุดเช่นกัน

ซามูเอล เอโต้ หัวใจที่แข็งแกร่งกับการโดนเหยียดผิวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

อันดับที่ 1 ซามูเอล เอโต้ ผู้โดนเหยียดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเวทีของลาลีกาสเปน ชายผู้นี้คือคนที่มีความเข้มแข็งมากคนหนึ่งเพราะเขาต้องพบเจอกับความยากลำบากจากการที่แฟนบอลในสเปนเหยียดสีผิวของนักเตะรายนี้ จนเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขาเลยทีเดียว ในเกมนั้นฝั่งเจ้าบ้านสร้างวีรกรรมที่ไม่ควรทำด้วยการตะโกนเหยียดสีผิวล้อเลียน เอโต้ แถมยังมีการยั่วยุใส่ ทำให้หัวหอกรายนี้ตัดสินใจเดินออกจากสนามและพูดว่า “โน แมทช็” เพื่อแสดงจุดยืนว่าเราไม่ต้องการเล่นท่ามกลางเกมการแข่งขันแบบนี้

จอห์น บาร์นส

จอห์น บาร์นส ปีกรัติกาลของ ลิเวอร์พูล คืออีกหนึ่งคนที่รับรู้และสัมผัสเรื่องนี้ได้เลย ในปี 1980 จอร์นถูกล้อเลียนจากเพลงเชียร์ ที่ออกแนวเหยียดสีผิว แถมยังปาเปลือกกล้วยใส่ แต่นั้นไม่ใช่การกระทำที่ดีเท่าไรนักแต่ในยุคก่อนการเหยียดสีผิวดูเหมือนว่าจะเป็นที่ยอมรับได้ในวงการฟุตบอล ซึ่งสิ่งที่คุณอาจจะไม่เคยได้ยินมาก่อนเพราะผู้คนมักจะไม่ค่อยพูดถึงมันเท่าไรนัก

หลุยส์ ซัวเรซ และ เอวร่า

ศึกแดงเดือดแค่เกมการแข่งขันที่เดือดพล่านแล้วยังมีการเหยียดสีผิวเกิดขึ้นหลายครั้งเช่นกัน และครั้งนี้กลายเป็นอดีตหัวหอกของลิเวอร์พูล หลุยส์ ซัวร์เรซ ในปี 2011 เข้าปะทะกับ ปาทิรช เอวร่า หลายจังหวะจน หัวหอกรายนี้สบคำออกมาว่า “นิโกร” ซึ่งภายหลัง ปาทริช เอวร่า ได้นำเรื่องนี้แจ้งต่อสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ซึ่ง หลุยส์ ซัวร์เรซ ได้ออกมาชี้แจงไม่ได้มีเจนาในการเหยียดสีผิว แต่สมาคมฟุตบอลที่เริ่มมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้จึงลงโทษด้วยการแบน 8 นัด และปรับเงินกว่าอีก 4 หมื่นยูโร

 หนูริงค์ หรือ ราฮิม สเตอร์ริง

ปีกร่างน้อยของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นอีกหนึ่งคนที่หนีไม่พ้นเรื่องการเหยียดผิว เหตุการณ์เกิดขึ้นในจังหวะหยิบบอลข้างสนาม ซึ่งเขาถูกแฟนบอลเจ้าถิ่น เซลซี รุมด่าทอใส่ไม่ยั้ง ซึ่งราฮิม ยับยั้งสติได้ดีจนเกมการแข่งขันจบลง สุดท้ายสมาคมฟุตบอลได้ออกมาแถลงการณ์ถึงบทลงโทษแฟนบอล ร่วมกับสโมสรเซลซี 

มาริโอ บาโลเตลี

แม้แต่หัวหอกสายอินดี้อย่าง มาริโอ บาโลเตลี ก็ไม่วายโดน หลังล่าสุดโดนแฟนบอลในลีกเอิง ทีมดิฌง ร้องเพลงเหยียดสีผิวหลังตนเองยิงพลาด แต่เมื่อฟ้องร้องและขอความเป็นธรรมกับผู้ตัดสินกลับโดนใบเหลืองทำให้กลายเป็นประเด็นใหญ่โตในขณะนี้ ซึ่ง มาริโอ บาโลเตลี โพสต์สเตตัสว่า คณะธรรมมาธิการวินัยจะไม่ออกมาพูดอะไรหน่อยเลยหรือ หรือว่าการเหยียดสีผิวถูกกฎหมายในฝรั่งเศศไปแล้ว ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มหัศจรรย์แต่คนเหล่านี้กำลังทำให้มันลงเหว” ซึ่งหลายคนมองว่าการที่ มาริโอ บาโลเตลี ได้รับใบเหลืองเป็นเรื่องไร้สาระ ไมควรเกิดขึ้นในโลกฟุตบอล

ดานี อัลเวส

เมื่อปี 2014 ดานี อัลเวส นักเตะบาร์เซโลนา กำลังจะไปเตะลูกเตะมุมซึ่งตนโดนแฟบอลเหยียดสีผิวด้วยการปากล้วยใส่ เป็นการเหยียดเชื้อชาติ แต่สุดท้าย ดานี อัลเวส ก็ตอบโต้แฟนบอลเหล่านั้นด้วยการ ปลอกเปลือกกล้วย ก่อนที่จะยัดกล้วยใบลูกเข้าปากและเตะมุมอย่างสบายใจ ซึ่ง ดานี อัลเวส ตอบโต้นั้นได้ปลุกกระแสการต่อต้านการเหยียดผิวในโลกโซเชียลขึ้นมาอีกครั้ง

อันโตนิโอ รูดิเกอร์

ดาวเตะชาวเยอรมันรายนี้ แสดงความไม่พอใจเป็นมากหลังโดนแฟนบอลเหยียดสีผิวในเกมการแข่งขันระหว่าง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ กับ เซลซี ซึ่งไก่เดือยทองเอาชนะไปได้ 2-0 หลังจากนั้น อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ได้เรียกร้องให้เอฟเอ สมาคมฟุตบอลอังกฤษหาคนทำผิดมาลงโทษให้ได้อีกด้วย

แบร์นาโด้ ซิลวา แข้งเรือใบสีฟ้า

กลายเป็นเรื่องใหญ่ สำหรับ แบร์นาโด้ ซิลวา แข้งเรือใบสีฟ้า ที่มีความสนิทสนมกับ โอตา เมนดี้ เพื่อนร่วมทีมโดยการแซวผ่านโซเชียลมีเดียว อย่างทวิตเตอร์ ซึ่ง ทำให้ แบร์นาโด้ ซิลวา แข้งเรือใบสีฟ้า โดนแบนไปถึง 6 นัดด้วยกัน ถึงแม้ว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะร่อนจดหมายเพื่อแสดงเจตนารมณ์ของ แบร์นาโด้ ซิลวา แข้งเรือใบสีฟ้า ในการล้อเล่นกับโอตาเมนดี้ ด้วยความสนิท แต่ เอฟเอ ก็ไม่ปล่อยผ่านถึงแม้จะเป็นความสนิทแต่เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิง

เทรนต์-อเล็กซานเดอร์

ฟลูแบ็ก สุดร้อนแรงของลิเวอร์พูล เจ้าหนูเทรนต์-อเล็กซานเดอร์ อาโนล์ ก็ไม่เว้น หลังโดนตะโกนเหยียดสีผิวใส่ระหว่างศึกแดงเดือดเมื่อกลางปีที่แล้ว ที่โอลด์แทร้ฟฟอร์ด ก่อนจะเสมอ 1-1 แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้อยู่นี่ ซึ่งได้ออกมาแถลงการณ์การเหยียดสีผิวว่า สโมสรจะแบนและห้ามแฟนบอลที่เหยียดสีผิวไม่ให้เข้าสนามตลอดไปและ สโมสรเองไม่สามารถยอมรับได้และแฟนบอลรายนั้นจะไม่ได้รับการต้อนรับที่โอลด์ แทร้ฟฟอร์ด