นิวคาสเซิลเปลี่ยนเจ้าทีม 6 ทีมยักษ์ใหญ่ สะเทือนฤดูกาลหน้าใครอยู่ใครจะไป

บทความ / 28 May 2020 / 634

สำหรับ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ซึ่งเป็นทีมที่มีขนาดใหญ่และเป็นเมืองที่มีทีมฟุตบอลเพียงทีมเดียวบัดนี้ถึงเวลาข่าวดีของแฟนบอลชุดขาว-ดำแล้วเมื่อเจ้าชายกลุ่มทุนแห่งซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีรุ่นพี่รุ่นน้องกับเจ้าทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยเป็นทีมกลางตารางจนตอนนี้กลายเป็นทีมระดับท็อปของโลกไปเรียบร้อยแล้ว

 การเข้าเทคโอเวอร์ของเจ้าชายทำให้เรียกเสียงฮือฮานเกาะอังกฤษและวงการฟุตบอลยุโรปได้เลยมากเลยทีเดียวเพราะทันทีที่มีข่าวเทคโอเวอร์ รายชื่อนักเตะหลายคน ซุปเปอร์สตาร์ และดาวรุ่งที่มีแววจะเฉิดฉายก็ถูกนักข่าวเขียนโยงเข้าหานิวคาสเซิล เนื่องจากจะเป็นทีมที่มีเงินถุง เงินถังในการซื้อนักเตะเพื่อเสริมทัพ ทำให้ท็อป 6 ของพรีเมียร์ ลีก เองก็ถึงกับสะเทือนเพราะมีโอกาสไม่น้อยเลยทีเดียวที่ “สาลิกาดง นิวคาสเซิล” จะเจริญรอยตามแมนเชสเตอร์ ซิตี้ใน 1-3 ปีข้างหน้านี้

 สำหรับในฤดูกาลหน้านิวคาสเซิลมีข่าวเชื่อมโยงกับนักเตะและผู้จัดการทีมหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น เมาริซิโอ โปเชสติโน , อัลเรกรี ยูเวนตุส, ราฟาเบนนิเตสและนักเตะอย่าง แกเร็ธ เบล , คูตินโญ่ และอีกหลายๆคน ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับการได้ตัวผู้จัดการทีมของนิวคาสเซิล ว่าจะได้ใครเข้ามาคุมบังเหียรคนต่อไป เพราะ ผู้จัดการทีมที่มีบารมี มีผลงาน มีส่วนช่วยให้สามารถดึงนักเตะระดับท็อป มีฝีเท้า เข้าร่วมทีมได้ไม่ยาก และคนที่มีข่าวมากที่สุดได้แก่ ราฟาเบนิเตส , อัลเรกรี

ฤดูกาลหน้าบิ๊ก 6 ของพรีเมียร์ ลีก อย่าง ลิเวอร์พูล ,แมนเชสเตอร์ ซิตี้ , เซลซี , แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , อาร์เซนอล และ สเปอร์ จะเป็นอย่างไรนั้น ด้วยกฎของแฟล์นั่นเชียล แฟร์เพยย์ ที่ฟีฟ่าตั้งขึ้นทำให้นิวคาสเซิลจะยังไม่สามารถใช้เงินจำนวนมากได้ในฤดูกาลหน้าแต่ๆ ด้วยขนาดเมืองนิวคาสเซิลเคยเป็นสโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ แน่นอนว่าพวกเขามีฐานแฟนบอลถ้าหากทีมสามารถทำกำไรได้ การใช้จ่ายเงินในสโมสรจะง่ายขึ้น สำหรับแฟนบอลแล้วพวกเขามีเยอะกว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ซะอีก คุณอาจจะยังไม่เชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แฟนบอลไม่เต็มสนาม แต่ นิวคาสเซิล สนามไม่เคยพอสำหรับแฟนบอลในเมือง นี่ความแตกต่าง

มันจึงเป็นโอกาสที่พวกเขาจะสามารถก้าวขึ้นมากลับสู่ความยิ่งใหญ่ได้ไม่ยากเลยเพราะฐานแฟนบอลพวกเขาแน่นหนาไม่แพ้ เซลซี , สเปอร์ ,อาร์เซนอล เพียงแต่ในยุคที่ผ่านมานิวคาสเซิลต้องพบกับความขมขื่นด้วยเจ้าของทีมที่ขี้เหนียวเลยก็เลยว่า

หากนิวคาสเซิลเปิดฉากในฤดูกาลหน้า ทีมที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคงหนีไม่พ้น ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ของ มิเกล อาร์เตต้า เพราะ พวกเขามีงบในการซื้อนักเตะสำหรับฤดูกาลหน้าน้อยกว่านิวคาสเซิลแน่นอน และกำลังจะเสียปิแอร์ เอเมริก โอบา เมยอง หัวหอกความหวังของทีมไปสูงเลยทีเดียว ทำให้ปืนใหญ่ไม่มีกองหน้าตัวจบสกอร์ที่พึ่งได้ในฤดูกาลหน้าหากไม่สามารถช้อปตัวเก่งได้ ถึงแม้ว่าปืนใหญ่จะมีชื่อเสียงในเกาะอังกฤษแต่ ผู้จัดการทีม อันดับตาราง ผลงาน ฟอร์มการ คงยากที่จะดึงดูดนักเตะระดับ A-S ร่วมทีมได้ เพราะนักเตะเหล่านั้นมักมองหาทีมที่จะช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จมากกว่า

ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ โชเซ่ มูรินโญ่ ยังคงใช้แผนการเล่นแบบเดิมๆ มากกว่าการเปิดบอลใส่คู่แข่ง ทั้งนี้รูปแบบการเล่นแบบหวังผลการแข่งขัน ซึ่งขัดต่อแนวทางการเล่นของไก่เดือยทอง ที่โปเชสติโต้ปั้นมาคือ เพลสซิ่ง ดังนั้นสเปอร์จึงเป็นทีมที่น่าจะยังไปรอดอยู่ในฤดูกาลหน้าแต่คงประมาทนิวคาสเซิลไม่ได้เช่นกัน

เซลซี ถึงแม้ว่าทีมจะประกอบไปด้วยนักเตะหนุ่มภายในทีมซะส่วนใหญ่ แต่ฝีเท้าและชื่อชั้นของแฟร้งค์ แลมพาร์ดที่แสดงให้เห็นแล้วว่า เขาใช้เด็กหนุ่มในการสร้างทีมจนปัจจุบันอยู่อันดับที่ 4 โดยไม่มีแม้แต่เพลย์เมกเกอร์คนดังอย่าง อาร์ซา และในฤดูกาลหน้า พวกเขามีเงินช็อปอย่างเต็มที่ เนื่องจากในฤดูกาลที่ผ่าน พวกเขาไม่สามารถซื้อตัวนักเตะมาเสริมทัพได้เลยเนื่องจากติดกฎขอแฟร์นั้นเชียล แฟร์เพลย์ เรียกว่าทุ่มเต็มตัวในฤดูกาลหน้า เสี่ยหมีจัดให้แฟร้งค์ แลมพาร์ดเต็มอัตราศึกอย่างแน่นอน ซึ่งก็ยังเร็วไปสำหรับนิวคาสเซิลที่จะคว่ำสิงบลูห์ในฤดูกาลหน้า

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยชื่อชั้นของสองทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ นิวคาสเซิล ในฤดูกาลหน้าอาจจะยังไม่สามารถต่อกรอะไรได้มากนัก เพราะนิวคาสเซิลยังคงต้องใช้เงินในการซื้อนักเตะอย่างระมัดวัง ด้วยผลกำไรของทีมเอง ทำให้ฤดูกาลหน้าอาจจะยังทำอะไรไม่ได้มากเท่าไรนัก แต่ 2-3 ปี ถัดไปอะไรก็เกิดขึ้นได้ อย่าลืมว่าพวกเขาคือกลุ่มทุนลูกพี่ลูกน้องของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปียน ลีกในฤดูกาลนี้

สุดท้าย ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นกำแพงเหล็กของยุโรป ที่ก้าวผ่านได้ยาก แต่นิวคาสเซิลก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถพังประตูของลิเวอร์พูลได้ก่อนในฤดูกาลนี้ ถึงแม้ว่าสุดท้ายพวกเขาจะพ่ายแพ้ลิเวอร์พูลก็ตาม ในฤดูกาลหน้าความน่ากลัวของสาลิกาดงยังคงมีอย่างแน่นอน แต่อาจจะเร็วเกินไปสำหรับการเล่นกับลิเวอร์พูลที่มาพร้อมกับระบบการเล่นเพลสซิ่ง ประสานแนวรุกที่โหดเหี้ยม แต่ 2-3 ปี ถัดไปก็อาจจะวัดคมกันได้อย่างสนุก                

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเจ้าทีมของนิวคาสเซิล ที่เป็นเจ้าทีมที่เคยต้องการซื้อลิเวอร์พูลในราคา 2000 ล้านปอนด์จากกลุ่มแฟนเวย์ สปอร์ต กรุ๊ป มีความน่ากลัวอย่างแน่นอนเพราะพวกเขามาด้วยขุมกำลังเงินมหาศาลที่สามารถกระชากตัวผู้จัดการดัง และนักเตะที่มีฝีเท้ายอดเยี่ยมร่วมทีมได้ไม่ยากและฤดูกาลหน้าเราจะได้เห็นนิวคาสเซิลแบบไมน์เนอร์เช้นอย่างแน่นอน ความสนุกของพรีเมียร์ ลีกจะเพิ่มขึ้น หลังจากที่เลสเตอร์ ซิตี้เคยทำเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน