หลังเกมลิเวอร์พูลแพ้เชลซีสอยร่วงเอฟเอ คัพ รอบ 5 (3 มีนาคม 2563)

หลังเกม / 4 March 2020 / 259

1. จัดชุดผสมของเจอร์เกน คล็อปป์

ในนัดนี้ กุนซือ เฮฟวี่เมทัลเลือกใช้นักเตะทั้งตัวจริง ตัวสำรอง รวมไปถึงดาวรุ่งในขณะที่สิงห์บลูของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ใช้นักเตะค่อนข้างจัดหนักจัดเต็ม รายการนี้หากคว้าชัยชนะผ่านเข้าไปได้ถือเป็นกำไร แต่ถึงตกรอบก็ไม่ได้ขาดทุนแต่อย่างใด เนื่องจากคล็อปป์อาจไม่ได้มีเป้าหมายที่ถ้วยนี้เป็นหลัก

2. รูปเกมของลิเวอร์พูล​

อันที่จริงแล้วภาพรวมรูปเกมของลิเวอร์พูลไม่ได้เป็นรองเชลซีเลย แต่เนื่องจากศักยภาพของนักเตะหงส์แดงขาดความเด็ดขาดและเฉียบคม ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะพลาดท่าให้กับสิงห์บลู และ 2 ประตู ที่เสียไปก็เกิดจากความผิดพลาดของผู้เล่นหงส์แดง อีกรูปเกมสู้กันได้ แลกหมัดกันได้อย่างสูสี แต่ต้องเรียกได้ว่า แพ้ราบคาบ แม้ว่าจะครองบอลบุกได้บ้างแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทำอันตรายให้กับแนวรับของสิงห์บูลได้เลย

3. ตำแหน่ง​ – การตัดสินใจพัง

ผู้เล่นของลิเวอร์พูลในตำแหน่งต่างๆ ตั้งแต่กองหน้า​ ซาดิโอ มาเน่ ที่ถูกย้ายไปเล่นทางปีกขวา เจ้าตัวไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้อย่างเต็มที่ส่วน ทาคูมิ มินามิโนะ ทำอะไรไม่ค่อยได้ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า แต่หากเจ้าตัวได้เล่นในตำแหน่งที่ช่วยสร้างสรรค์เกมรุก ล้วงบอล ทำเกมจะถือว่าโอเคเลยทีเดียว โอริกี้ การตัดสินใจส่วนตัวในบางจังหวะไม่เด็ดขาด บางจังหวะควรจ่ายแต่กลับเลือกที่จะเล่นอีก รูปเกมในแดนกลางยิ่งไม่น่าประทับใจเล่นกันได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเป็น

ทั้งลัลลานา ฟาบินโญ และเคอร์ติส โจนส์ โดยเฉพาะฟาบินโญ ทำผิดพลาดทำให้โดนนำประตูแรก โจนส์ ก็ทำผิดพลาดในแดนหน้าโดนสวนกลับ สิงห์บลูนำเป็นประตูที่ 2 ในครึ่งหลังแทบจะปิดประตูคว้าชัยของ ลิเวอร์พูล ไปเลยทีเดียว

4. ฟอร์มล่อแล่ลิเวอร์พูล

เริ่มออกอาการฟอร์มตกลงไปหนักมาก ตั้งแต่บุกไปพ่ายให้กับแอตเลติโก้ มาดริด 1-0 นัดแรก ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายและกลับมาเอาชนะ ขุนค้อน เวสต์แฮมในพรีเมียร์ลีกแบบหืดจับหนีตายด้วยสกอร์ 3-2 ต่อมาบุกไปโดนวัตฟอร์ตถล่มยับ 3-0 และล่าสุดโดน เชลซี เขี่ยตกรอบ เอฟเอ คัพ 2-0

ทำให้ผลงาน 4 นัดหลังสุดของลิเวอร์พูล ในทุกรายการเริ่มดูไม่ค่อยดี เริ่มเสียประตูมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น ความร้อนแรงของลิเวอร์พูลดร็อปลงไปเยอะมาก ทางที่ดีเจอร์เกน คล็อปป์ ต้องรีบดึงขวัญกำลังใจของนักเตะกลับมาให้ได้มากที่สุด

5.​ เป้าหมายที่เหลืออยู่พลพรรคหงส์แดง

ยังเหลือ รายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก นัดสำคัญกับแอตเลติโก้ มาดริด ในถิ่นแอนฟิลด์ซึ่งถือว่าเป็นนัดชี้ชะตาก็ว่าได้แต่ก่อนจะถึงนัดชี้ชะตาศึก UCL ลิเวอร์พูล ต้องผ่านเกมในลีก กับบอร์นมัธ ในวันเสาร์นี้ไปก่อน แม้ว่าจะตกรอบ เอฟ เอ คัพ หมดสิทธิ์คว้าทริปเปิลแชมป์ไปแต่ก็ยังเหลือถ้วยใหญ่ทั้งสองถ้วยให้ชาวเดอะค็อปลุ้นกันอยู่