บทวิเคราะห์สามประสานแดนหน้าลิเวอร์พูล ฟีร์เมียโน่ ซาลาห์และมาเน่

บทความ / 8 April 2020 / 272

วันนี้จุดโทษขออนุญาตเสนอบทความวิเคราะห์ เจาะลึกจากต่างประเทศกันบ้างซึ่งบทความนี้แปลมาจากเว็บไซต์ coachesvoice.com แอดมินเห็นว่าน่าสนใจสำหรับผู้อ่านที่ชอบเนื้อหาแนวนี้ครับ หวังว่าคงบทความนี้คงให้อรรถรส และประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยครับผม

เกริ่นนำ

สามประสานแนวรุกมากมายที่ผุดขึ้นมาในฟุตบอลยุคใหม่ไม่ว่าจะเป็น เมสซี่ ซัวเรซ เนย์มาร์ รูนี่ย์ โรนัลโด้ เตเบซ เมสซี่ เปโดร, บีญ่า โรนัลโด้ เบล เบนเซม่า อย่างไรก็ตามในเวลานี้เชื่อกันว่าสามประสานที่ดีสุดคือ ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และโรแบร์โต้ ฟีร์เมียโน่ หรือที่รู้จักกันในนาม “SMF”

จากการประสานที่ลงตัวอย่างมากด้วยความเร็ว พละกำลัง เทคนิค การจบสกอร์และความเข้าใจกัน ไม่น่าเชื่อว่าทั้งสามจะซัดรวมกันไปแล้วถึง 204 ประตู นับตั้งแต่ซีซั่น 2017/18 และช่วยให้ ลิเวอร์พูล จ่อคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกในรอบ 30 ปี อีกด้วย

โรแบร์โต้ ฟีร์เมียโน่

ฟีร์เมียโน่ มักถูกมองว่าเป็นตัวเชื่อมระหว่างทั้ง ซาลาห์ และ มาเน่ ดังนั้นจึงถูกยกเป็นตัวสร้างสรรค์เกมในสามประสานเกมรุก เขากลายเป็นผู้เล่นที่มีอิทธิพลอย่างคาดไม่ถึงนับตั้งแต่การเข้ามาคุมทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ โดยเฉพาะการถูกมอบหมายไปเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวหลอก หรือ False9 

นับตั้งแต่ซีซั่น 2017/18 ฟีร์เมียโน่ถือเป็นแข้งคนสำคัญสำหรับการพัฒนาของทีมลิเวอร์พูลที่ช่วยให้พวกเขากลายเป็นแชมป์ยุโรปและมีโอกาสสูงที่จะคว้าตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในประวัติศาสตร์ การมีส่วนร่วมในเกมรับของเขามีความสำคัญอย่างมากเมื่อทีมต้องเปลี่ยนจากรับเป็นรุก เขาถูกสั่งให้เป็นเหมือนกองหลังด่านแรกของทีมเพราะคอยวิ่งไล่บอลตั้งแต่แดนคู่แข่งและทำสถิติเข้าสกัดบอลมากเป็นอันดับสองของทีมเลยทีเดียว

เขามักจะถอยต่ำเพื่อเชื่อมเกมและให้ตัวริมเส้นอย่าง มาเน่ และ ซาลาห์ หุบเข้าไปมีส่วนร่วมในเขตโทษมากขึ้น ซึ่งไม่แปลกที่เขาจะมีสถิติยิงประตูไม่มากนัก นอกจากนี้แล้วเขายังทำให้ฟูลแบ็คทั้งสองข้างได้เติมเกมบุกอย่างเมามันอีกด้วยจากความขยันที่ช่วยเกมรับของเขา

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

บทบาทของซาลาห์นั้นมีความยืดหยุ่นอย่างมาก เขามักถูกใช้เป็นกองหน้าตัวกว้าง โดยเริ่มจากริมเส้นฝั่งขวาเพื่อที่จะได้ตัดเข้าเท้าซ้ายข้างถนัด ซึ่งในช่วงหลังเขามักจะหุบเข้าในมากยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนาของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในตำแหน่งแบ็คขวาทำให้ปีกทีมชาติอียิปต์มีอิสระในการเข้าไปลุ้นประตูในกรอบเขตโทษมากขึ้น 

เมื่อ ซาลาห์ หุบเข้าไปในกรอบเขตโทษเขามักจะได้รับการสนับสนุนโดย มาเน่ อยู่บ่อยครั้ง ประโยชน์ของการหุบเข้าไปในเขตโทษของเขานั้นยังช่วยเปิดช่องให้มิดฟิลด์ด้านขวาอย่าง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน หรือ นาบี้ เกอิต้า ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในพื้นที่ริมเส้นฝั่งขวามากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ซาดิโอ มาเน่

มาเน่ เริ่มต้นกับลิเวอร์พูลในฐานะตัวริมเส้นฝั่งขวา แต่ทว่าเขาต้องยอมเปลี่ยนไปเล่นริมเส้นอีกฝั่งนับตั้งแต่การย้ายเข้ามาของ ซาลาห์ แต่การได้สองนักเตะนี้อยู่ในทีมเดียวกันมันช่วยให้ คล็อปป์ สามารถสั่งให้ฟูลแบ็คทั้งสองข้างได้มีโอกาสเติมเกมรุกมากขึ้นด้วย การประสานงานของเขากับ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ในกราบซ้ายเป็นไปได้อย่างเนียนตาเมื่อคอยสลับหน้าที่กันตลอดเมื่อทีมได้เกมรุกด้วยการวิ่งที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และการไล่บีบคู่แข่งจากริมเส้น 

แม้จะได้รับโอกาสให้วิ่งเติมรุกเหมือน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่การครอสบอลของ โรเบิร์ตสัน อาจทำได้ไม่ดีเท่าแบ็คชาวอังกฤษที่มักจะครอสบอลได้แทบจะทุกพื้นที่ของสนาม กล่าวคือ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ไม่จำเป็นเติมเกมให้สุดมุมธงเพื่อเปิดบอลเหมือนอย่าง โรเบิร์ตสัน ที่มักจะเติมเกมสุดมุมธงก่อนครอสเข้าไปในเขตโทษ 

ดังนั้นวิธีการเล่นของ โรเบิร์ตสัน กับ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะมีความแตกต่างอย่างชัดเจน เพราะงั้นแล้วแบ็คซ้ายสก็อตติชจะมี มาเน่ คอยเชื่อมเกมไว้และชะลอการวิ่งเมื่อเขามาถึงจุดที่ต้องเปิดบอล โดยมี จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม คอยยืนเป็นสามเหลี่ยมเชื่อมเกมอีกต่อ ซึ่งเมื่อทีมได้บุกจากซ้ายแล้ว อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็จะคอยเติมเกมจากฝั่งขวาเพื่อให้ ซาลาห์ ได้มีอิสระเข้าไปลุ้นประตูในเขตโทษ

บางครั้ง มาเน่ จะคอยหุบเข้าในและกลายเป็นนักเตะเบอร์ 10 คนที่สองเคียงข้าง ฟีร์เมียโน่ แต่การยืนตำแหน่งของเขาจะสูงกว่าแข้งบราซิเลียนที่จะคอยรับบอลและเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีม การวิ่งแบบนี้จะเพิ่มมิติที่แตกต่างให้กับเกมรุกของลิเวอร์พูลได้ดีทีเดียว

ลิเวอร์พูลพัฒนาเกมได้ดีขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับทีมที่เซตเกมรับต่ำด้วยการใช้ความสามารถการเลี้ยงบอลจากทั้งสามประสาน การโยกย้ายตำแหน่งของกันละกันที่เราได้เห็น ฟีร์เมียโน่ ไปรับบอลจากทางซ้ายและทำให้ มาเน่ มีโอกาสหุบเข้าไปในเขตเขตโทษเพื่อลุ้นประตูเฉกเช่นเดียวกับ ซาลาห์  ที่แสดงให้เราได้เห็นอีกครั้งว่าเขาคือตัวทีเด็ดด้วยฟอร์มการยิงประตูที่ทำได้อย่างต่อเนื่องในซีซั่นนี้ การเคลื่อนที่อย่างชาญฉลาดทำให้เขามีความอันตรายมาก ๆ เมื่ออยู่ใกล้กับประตู

ท่านสามารถติดตามเรื่องราวดีๆ ของสโมสรลิเวอร์พูลไม่ว่าจะเป็นข่าว บทความ บทวิเคราะห์ หลังเกมส์ได้ที่ Facebook จุดโทษและทวิตเตอร์จุดโทษ