เปิดประวัติศาสตร์การแย่งชิงแชมป์ 10 ครั้ง การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสุดดราม่าเกินจะบรรยาย

บทความ / 19 March 2020 / 183

แชมป์ฤดูกาล 1988/89 ปืนใหญ่ อาร์เซนอล

เป็นฤดูกาลที่แฟน “เดอะ กันเนอร์” ต้องจดจำเพราะพวกเขาขึ้นนำจ่าฝูงมาโดยตลอดก่อนที่จะโดนลิเวอร์พูลแซงนำ แถมยังมีลูกได้เสียที่ดีกว่า ซึ่งเหลือการแข่งแค่เกมในแอนฟิลด์เท่านั้น ของพรีเมียร์ ลีก ต้องบอกว่าในตอนนั้น ปืนใหญ่ ค่อนข้างจะวิกฤตเลยทีเดียว

เพราะจะต้องเอาชนะลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ถึงสองประตูด้วยกัน แต่ก็นั่นและดูเหมือนเทพีแห่งแอนฟิลด์จะไม่อยู่ในเกมนั้น เพราะถึงแม้ว่าลิเวอร์พูลจะพ่ายแพ้ แค่ 1 ประตูก็ตามก็จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก แต่สุดท้ายแล้ว คะแนนทั้งคู่เท่ากัน แต่ผลประตูที่ได้มากกว่าของปืนใหญ่ 75 ต่อ 65 แชมป์เลยตกเป็นของ “เดอะ กันเนอร์” แบบแฟนหงส์เจ็บสุดๆ

ฤดูกาล 1994-95 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

กุหลาบไฟ ทำพิษในสาวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นฤดูกาลของกุหลาบไฟโดยแท้ หลังออกนะจ่าฝูง โดยมี 89 คะแนน ทิ้งห่างแมนเชเสตอร์ ยูไนเต็ด 2 คะแนนด้วย และเกมสุดท้ายก็ยิ่งยากต้องไปเยือนแอนฟิลด์ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องชนะ เวสแฮม ยูไนเต็ด เท่านั้นถึงจะได้แชมป์

ดูเหมือนว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเองที่ต้องเอามือเขกกะโหลกคนลทีเพราะ กุหลาบไฟ บุกไปพ่ายแพ้ลิเวอร์พูล ดังนั้นแค่พวกเขาเอาชนะเวสแฮมได้ก็เป็นแชมป์ สุดท้ายแล้วก็เป็นโชคของกุหลาบไฟ ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปแค่เสมอกับเวสแฮม ยูไนเต็ด 1-1 เท่านั้น

ฤดูกาล 1998-99 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แรงกดดันในเกมสุดท้ายของฤดูกาลที่ต้องรับการมาเยือนของท็อตแนม ฮอทสเปอร์ ในบ้าน ซึ่งจะต้องเอาชนะให้ได้เท่านั้น และหากว่าปืนใหญ่อาร์เซนอลเอาชนะ วิลล่าได้ ก็จะเป็นแชมป์เช่นกัน การขับเคี่ยวที่เข้มข้น เริ่มจาก ไก่เดือยทอง ยิงประตูขึ้นนำไปก่อน 

และทางด้านของอาร์เซนอล ก็ยิงวิลล่า 1-0 ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กุมขมับ แฟนบอลกัดเล็บกันเป็นแถว แต่ไหงสตาร์ชื่อดังอย่าง เดวิด เบ็คแฮม และ แอนดี้โคล ตะบันยิงกันไปคนละ 1 ประตู ช่วยให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าถ้วยแชมป์ คะแนนแซงปาดหน้า ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ไปแบบแฟนบอลยืนงง

ฤดูกาล 2003/2004 อาร์เซนอลไร้พ่าย

คงจะเป็นดราม่ากิมมิคเล็กๆ ที่ทำให้แฟนบอลหลายๆ ทีมสะเทือนใจเพราะแฟน “เดอะ กันเนอร์” ได้ฉลองแชมป์แบบไร้พ่าย  โดยไม่แพ้สโมสรใดเลยในศึกพรีเมียร์ ลีก พร้อมเป็นทีมทียิงประตูมากที่สุดและเสียประตูน้อยที่สุด ด้วยการลงเล่น 38 เกม เอาชนะ 26 เกมและเสมอ 12 เกม ซึ่งเป็นยุคที่รุ่งเรืองของปืนใหญ่ อาร์เซนอลโดยแท้

ฤดูกาล 2004/2005 เชลซี

เปิดประวัติศาสตร์ให้กับสิงห์บลูอย่างเซลซี ในฤดูกาลนี้เหมือนจะไม่มีใครขึ้นมาเทียบเซลซี เหมือนดั่งฤดูกาลที่แล้วของอาร์เซนอลได้เลย เพราะพวกเขาเก็บได้ถึง 96 คะแนนเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่เลยทีเดียว ซึ่งคงจะมีแต่แฟนบอลของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เท่านั้นที่จะไม่รู้สึกอะไรกับฤดูกาลนี้เพราะพวกเขาคือทีมเดียวที่สร้างความช้ำใจและบาดแผลให้กับขุนพลนักเตะเซลซี อดคว้าแชมป์ไร้พ่ายไปครอง ถึงแม้ว่าจะคว้าแชมป์ไปแล้วแต่ก็ยังคงมีดราม่าเรื่องความพ่ายแพ้กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ ในฤดูกาลนี้อยู่เรื่อยๆ

ฤดูกาล 2011-12 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

กลับสู่เส้นทางแชมป์อีกครั้งพร้อมกับยัดเยียดคราบน้ำตาให้กับแฟนปีศาจแดงอย่างเจ็บปวดด้วยการปาดหน้าคว้าถ้วยแชมป์พรีเมียร์ ลีกไปด้วยการยิงประตูชัยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนาทีที่ 90+1 ทำเอาแฟนบอลปีศาจแดง เข่าอ่อนกันเป็นแถว เรียกว่าช้ำๆสุดเพราะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังจะได้ชูถ้วยในอีก 10 นาทีข้างหน้า ก่อนที่ ขุนทัพของแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะยิงใน น. 90+2 และ ยิงอีกดอกใน 90+4 จากบ่าววีอย่าง เซคิโอ กุนอเกวโร่ เป็นฮีโร่พาแมนเชสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกอีกหนึ่งสมัยเหนือเพื่อนร่วมเมือง

ฤดูกาล 2013-14  แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เป็นฤดูกาลที่ดุเดือดเหมือนกัน ไม่ใช่แค่ฝากรอยน้ำตาให้กับปีศาจแดง ยังคงฝากมีดปักแทงหัวใจกับแฟนลิเวอร์พูลอีกด้วย เพราะฤดูกาล 2013-14 นี้ ลิเวอร์พูลที่เฝ้ารอคอยแชมป์มานานหลายปี เล่นดีที่สุดและมีโอกาสในการคว้าแชมป์มากที่สุดด้วย แต่ความดร่าคือ ลิเวอร์พูลพลาดแพ้เซลซีและไปเสมอกับคริสตัล พาเลซ ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้สามารถแซงนำหน้าและคว้าถ้วยรางวัลไปได้สำเร็จด้วยคะแนน 86 ต่อ 84  ห่างกันแค่ 2 คะแนนเท่านั้น

ฤดูกาล 2014-15 เซลซี

เรียกว่าได้แชมป์อย่ารวดเร็วส่อดราม่าตตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาลทำเอารองจ่าฝูงอย่างอาร์เซนอลหมดหวังในการไล่คะแนนตามเพราะเซลซีได้แชมป์ตั้งแต่เกมที่ 35 ของฤดูกาล โดยเอาชนะคริสตัลพาเลซไปแบบหืดจับ 1-0 ในสแตมฟอร์ดบริดจ์ จากการซ้ำจุดโทษของเอแด็น อาซาร์  และที่สำคัญในฤดูกาลนี้เซลซีไม่ปล่อยให้สโมสรอื่นได้ขึ้นมาสัมผัสจ่าฝูงของพรีเมียร์ ลีก เรียกว่านำรวดเดียวจบลีกเลย

ฤดูกาล 2015-2016 เลสเตอร์ ซิตี้

ทำเอาบิ๊กซิ๊กของลีกผู้ดีหงอยกันเป็นแถว แถมยังปราบท็อปๆ อยู่มัด เลสเตอร์ ซิตี้ หนึ่งเดียวที่ขึ้นมาแบบก้าวกระโดดจากการคุมทีมของ เคลาดีโอ รานีเอรี่ ซึ่งขุดทีมจากที่เคยหนีตกชั้นกลายมาเป็นแชมป์แบบแชมป์เก่าผู้ดียืนงง ด้วยการกดประตูของเจมมี่วาดี้ และการคุมแดนกลางของเอ็นโกโล ก็องเต้ ฤดูกาลนี้ต้องยกให้จิ้งจอกสีน้ำเงินจริงๆ

ฤดูกาล 2018/2019 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ดราม่าสุดติ่งก็ต้องฤดูกาลนี้ หลังจากที่ลิเวอร์พูลเข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ ลีกอีกครั้งหลังจากที่การเข้ามาของเจอร์เก้น คล็อปป์ พาลิเวอร์พูลบินสูงในช่วงต้นจนถึงกลางปลายๆ ฤดูกาล ก่อนที่พลาดเก็บผลเสมอในช่วงเดือนมกราคมก่อนที่คู่แข่งอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก็บูมฟอร์มเก่งขึ้น

จนเกมสุดท้าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดนขึ้นนำไปก่อน ก่อนที่แวงซ็อง กอมปานี กัปตันจะยิงไกล บอลพุ่งเสียตาข่ายอย่างไม่น่าเชื่อ หรือว่าเทพีแห่งชัยจะยกให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นแน่แท้ เพราะจบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้เก็บได้ 98 คะแนน ส่วนลิเวอร์พูล 97 คะแนน เป็นความดราม่าและความเสียใจให้กับแฟนหงส์แดงอีกครั้งหลังจากเคยฝากไว้ในฤดูกาล 2013-2014 ที่ผ่านมา